พี่ ๆ น้อง ๆ ที่เรียนจบแล้วกลับไทย หรือได้มีโอกาสอยู่ออสเตรเลียต่อ แล้วพบว่า นอกเหนือจากวิชาการที่เรียนตามโรงเรียนหรือมหาวิทยาลัยแล้ว ยังมีทักษะหรือประสบการณ์ใด ๆ ที่คิดว่าอยากจะแนะนําให้กับพวกน้อง ๆ ที่กําลังเรียนอยู่ ที่คิดว่าจําเป็น และจะช่วยหางานเมื่อตอนกลับไทยได้ง่ายและเร็วขึ้นคะ ขอความเห็นหน่อยนะคะ จะได้เป็นประโยชน์กับน้อง ๆ ที่อยู่ที่นี่ค่ะ

You need to be a member of Aussietip to add comments!

Join Aussietip

Email me when people reply –

Replies

  • 5 กุญแจสําคัญในการประสบความสําเร็จในชีวิต
    ได้แก่

    1. Find the right mentor
    มีครูบาอาจารย์หรือมีที่ปรึกษาที่มีความชํานาญในสิ่งที่เราต้องการเรียนรู้อย่างแท้จริง
    2. Love what you do
    มีใจรักและชอบในสิ่งที่ทํา สิ่งจูงใจที่ชอบจะทําสิ่งนั้น
    3. Write down your goals
    ตั้งเป้าหมายที่แน่นอนในสิ่งที่เราอยากจะทํา ในกรอบเวลาที่วางแผนไว้แน่นอน
    เช่น 6 เดือน, 1 ปี, 5 ปี เป็นต้น และลงมือทําจริง ไม่ใช่แค่คิด
    4. Be innovative
    มองนอกกรอบเดิม ๆ ริเริ่มหาไอเดียแปลก ๆ ใหม่ ๆ
    5. Invest in yourself
    ลงทุนหาที่ศึกษาวิชาความรู้ต่าง ๆ รอบตัว ไม่ใช่เฉพาะในสายวิชาที่เรียน
    แต่เรียนรู้เกี่ยวกับทักษะการพัฒนาตนเองในด้านต่าง ๆ
    หวังว่าตรงนี้คงเป็นจุดเริ่มต้น ให้น้อง ๆ มีแนวทางที่จะก้าวเดินต่อไป
    เพื่อประสบความสําเร็จด้านการเรียนหรือการทํางานในอนาคตกันทุกคนนะคะ : )
  • " Success is not the key to happiness.
    Happiness is the key to success.
    If you love what you are doing, you will be successful."
    (Buddha)
  • ดีมากเลยครับ ขอยืมคำหลายๆ คนไปใช้พูดงานเลี้่ยงรุ่น ที่เมืองไทยนะ ครับ

    เพราะจะเป็นประโยชน์มากกลับหลายๆ คนที่จบมา ทำงานไม่ได้เกี่ยวข้องกับที่เรียน

    แต่ทำไมเขามีความสุข เขาประสบผลสำเร็จ

     

     

  • ดีมากคะ

    Point said:

    เป็นคนนึงที่เรียนจบมาในด้านที่เรียกว่าไม่สามารถหาอะไรทำในเมืองไทยที่ตรงสายได้เลย นอกจากไปอยู่หน่วย DSI หรือทำงานราชการอื่นๆเกี่ยวกับตำรวจหรือที่กุมขัง (เรียนอาชญาวิทยา) แถมตอนเรียนยังเรียนอยู่ในกรอบแค่กฎหมายออสเตรเลียล้วนๆ จะว่าออสเตรเลียล้วนๆยังผิดเลย เพราะ 80% ที่เรียนเป็นกฎหมายที่บังคับใช้ในรัฐวิคทอเรีย

     

    สุดท้ายเลย มาเป็นแอร์ หลายคนถามว่าสรุปที่เสียเงินเรียนไปร่วมสิบล้านสุดท้ายมาเป็นแอร์แล้วจะคุ้ม หรอ ฮืมมม ถ้าถามเรื่องเงินก็คงไม่แย่นัก แต่เสียดายความรู้อยู่ลึกๆเหมือนกัน แถมตอนสัมภาษณ์แอร์ยังโดนสายตาชำเลืองมองดูว่าไอ้นี่ท่าทางโรคจิตหน่อยๆนะ เรียนอะไรก็ไม่รู้ เป็นวิชาที่มีคนน้อยคนมากที่จะเข้าใจว่าไอ้คนพวกนี้ทำอะไร วันๆเอาแต่นั่งดูศพรึเปล่า..

     

    จริงๆตอนช่วงกลับมาใหม่ๆก็ไปสอนภาษาอยู่พักนึง แล้วก็ได้รู้ซึ้งถึงแก่นแท้ว่าการสอนที่ออสเตรเลียกับการสอนที่ไทยมันต่างกันมาก ถึงจะสอนภาษาอังกฤษเหมือนกัน แต่หลักของความเข้าใจมันต่างกันเกินไป คิดว่าขนาดเรียนครูจากออสเตรเลียมา ยังไงก็คงใช้กับคนไทยไม่ได้ สุดท้ายความรู้ก็สูญเปล่าอยู่ดี

     

    จากประสบการณ์เลยสรุปได้ ว่า.. ถ้าไม่ได้เรียนสายวิชากว้างๆอย่างพวกบัญชี หรือ สังคมสงเคราะห์ ที่สามารถไปประเทศไหนก็ได้ ก็ต้องตัดสินใจให้แน่นอนว่าเราอยากอยู่ที่ไหน และทำการบ้านให้มากพอ ว่าเรียนแล้วจะใช้ได้จริงหรือไม่ และถ้าอยากอยู่ต่างประเทศก็ต้องหาข้อมูลว่าเรียนจบแล้วจะมีปัญหาเรื่องวีซ่า หรือการขอ PR รึเปล่า

     

    ส่วนตัวอยากกลับเมืองไทยมาก แต่กลับมาแล้วงานที่ตรงกับความรู้ของเรามันหายาก (เอาแบบที่เลี้ยงปากเลี้ยงท้องได้สบายยิ่งหายากใหญ่) เรียนจบเมืองนอกหางานง่าย แบบว่าง่ายมากจริงๆ ส่ง resume วันนี้อีกวันก็ได้งานแล้ว แต่ไม่ค่อยมั่นใจว่าจะทำงานนั้นได้ดีกว่าคนที่จบไทยรึเปล่า

    แต่จะหางานให้ง่ายก็ต้องมั่นใจอีกเหมือนกันว่าการไปเรียนเมืองนอกของเราไม่ได้สูญเปล่า บางคนไปเรียนภาษาครึ่งปีกลับมาก็ยังเหมือนเดิม เวลาคนสัมภาษณ์ส่วนใหญ่ก็ต้องถามอยู่แล้วว่าไปแล้วได้อะไรบ้าง ถ้าไม่ได้อะไรเลยมันก็เท่านั้น ไม่รู้จะมาให้เสียเวลาทำไม

    ทักษะที่จําเป็นและควรรู้ ควรมีก่อนคุณเรียนจบเมืองนอกแล้วกลับไทย
      พี่ ๆ น้อง ๆ ที่เรียนจบแล้วกลับไทย หรือได้มีโอกาสอยู่ออสเตรเลียต่อ แล้วพบว่า นอกเหนือจากวิชาการที่เรียนตามโรงเรียนหรือมหาวิทยาลัยแล้ว ยังมีทักษะหรื…
  • พูดได้ดีมากคะ

    Ekpunya said:

    No problem... No progress. เห็นด้วยค่าถ้าเราได้รู้ประวัติของบุคคลที่ประสบความสําเร็จหลายต่อหลายคน จะรู้ว่าเขาได้ผ่านบททดสอบชีวิตและความล้มเหลวมาหลายต่อหลายครั้งแล้ว แต่พวกเขาไม่ท้อและทุกครั้งพวกเขาก็ได้เรียนรู้ ได้มุมมองทะลุถึงปัญหาได้ดีมากขึ้น และได้เรียนรู้ที่จะป้องกันไม่ให้ความผิดพลาดนั้นเกิดขึ้นอีกในอนาคตน่ะค่ะดังนั้น ถ้าตัดสินจะทํางานใดแล้ว จงตั้งใจทําให้ดีที่สุดทุกวัน ต้องเปิดใจรอรับที่จะเจอสถานการณ์ทั้งดีและไม่ดีไว้ ทุก ๆ ที่ ทุกงานมีปัญหาหมดถ้าตัวเราเข้าไปยึดกับปัญหานั้นนะคะ...

    Zood said:

    แล้วเวลาทำงานก็คิดว่า
    ไม่ว่าที่ไหนมันก็ต้องเจอปัญหาแน่ๆ
    ทำงานที่นี่เจอลูกค้าแบบนี้ เพื่อนร่วมงานแบบนั้น
    ถ้าเราไม่พอใจ ง่ายที่สุดก็คือลาออก ..... หางานใหม่
    แต่การลาออกมันก็ไม่ใช่การแก้ปัญหาที่ดีนัก
    เพราะถึงได้งานใหม่ ปัญหาเดิมๆก็จะเข้ามาหาอีก
    ถ้าไม่พยายามยอมรับว่า ทำงานแบบนี้ต้องเจออะไรอย่างนี้แน่ๆ
    (นอกจากจะไปทำอย่างอื่น ที่เราสามารถยอมรับมันได้ .....แต่ใครจะรู้หล่ะว่าจะต้องเจอปัญหาอะไรบ้าง) 


    หลายคนมีปัญหากับที่ทำงาน ก็ลาออกทิ้งงาน
    กะว่าเจ้านาย หรือหัวหน้าคงจะเจ็บใจ ลำบากตรากตรำเพราะเราแน่ๆ
    แต่ที่จริงแล้วไม่หรอกครับ .....ถ้าเราลาออกไป เขางานเพิ่มขึ้นนิดนึง แล้วเขาก็หาคนมาทำแทนเราก็แค่นั้น 
    เราสิลำบาก ต้องไปหางานใหม่ ปรับตัวใหม่ แล้วอาจจะเจอปัญหาเดิมๆอีก
    ยิ่งอายุงานเยอะยิ่งหางานยาก
    เพราะถ้าเรียกเงินน้อยก็ดูด้อยค่า เรียกเงินมากก็ยากที่จะมีตำแหน่งรองรับ 

    มันยากครับ ที่เราจะมีโอกาสได้ทำงานที่เราถูกใจ สบายใจ หรืองานที่เราอยากทำจริงๆ
    ทุกงานมีปัญหาหมด บ่นไปก็ไม่มีประโยชน์ ....มีแต่ทำให้เบื่องานมากขึ้นมากขึ้น

    ดังนั้นก่อนจะทำงานอะไร ก็ลองมองข้อเสียของงานนั้นให้เยอะๆ ถ้ารับได้ก็ได้ทำงานได้เงินใช้

    รับไม่ได้ ก็คงต้องหางานกันใหม่ไปเรื่อยๆๆๆๆๆ


    เชื่อว่า ถ้าคิดอย่างนี้ได้....เราทำอะไรก็ได้ครับในโลกนี้ และเราจะไม่ตกงานครับ

     

     

    ทักษะที่จําเป็นและควรรู้ ควรมีก่อนคุณเรียนจบเมืองนอกแล้วกลับไทย
      พี่ ๆ น้อง ๆ ที่เรียนจบแล้วกลับไทย หรือได้มีโอกาสอยู่ออสเตรเลียต่อ แล้วพบว่า นอกเหนือจากวิชาการที่เรียนตามโรงเรียนหรือมหาวิทยาลัยแล้ว ยังมีทักษะหรื…
  • ทีนี้เรามาดูคุณสมบัติของผู้จะประสบความสําเร็จในชีวิตตามหลักพุทธศาสนากันบ้างนะคะ

    ที่พระพุทธองค์ทรงฝากไว้กับทุกคน คิดว่าน่าจะมีประโยชน์ เลยเอามาแบ่งปันกันอ่านค่ะ

     

    ฆราวาสธรรม คือ คุณสมบัติทางธรรมของผู้จะประสบความสําเร็จในชีวิต มี 4 ประการ คือ

    1. สัจจะ แปลว่า ความจริง ตรง แท้ การรักษาสัญญาคําพูดที่ให้ไว้กับผู้อื่น

    เมื่อเรารับปากสิ่งใดไว้แล้ว ก็จะพยายามทําให้สําเร็จ มีความหนักแน่นมั่นคง จะทําให้เป็นที่เคารพยอมรับของผู้คน

     

    2. ทมะ แปลว่า ฝึกตน ข่มจิต รักษาใจ ถ่อมตน อ่อนน้อม ยินดีรับคําติเตียนจากผู้อื่น

    และเอาคอยพิจารณาพัฒนาปรับปรุงตนเองให้ดีขึ้น ๆ ไปอยู่เสมอ

     

    3. ขันติ แปลว่า อดทนต่อความไม่สบายกาย ไม่สบายใจ และความยากลําบากต่าง ๆ ได้

    ทําให้ครอบครัวมีหลักมีฐานมั่นคง ทําให้ได้ทรัพย์มา

     

    4. จาคะ แปลว่า การเสียสละให้คนอื่นก่อนเสมอ ยอมลําบากเพื่อคนอื่น

    ยอมออกจากขอบจํากัดความสบายของตนเองมาเพื่อทําอะไรให้ผู้อื่น

    ** ไม่มีสิ่งใดในโลกนี้สร้างเกียรติยศให้กับเราเท่ากับการรักษาสัจจะ**

    ** ไม่มีสิ่งใดในโลกนี้สร้างปัญญาให้กับเราเท่ากับการที่มีทมะ**

    ** ไม่มีสิ่งใดในโลกนี้สร้างทรัพย์สมบัติให้กับเราเท่ากับการที่มีขันติ**

    ** ไม่มีสิ่งใดในโลกนี้สร้างหมู่มิตรให้กับเราเท่ากับการที่มีจาคะ**

     

    โทษของการไม่สร้างตัวให้มีฆราวาสธรรม

    - การไม่มีสัจจะ ขาดความรับผิดชอบในตัวเอง เป็นคนเหลาะแหละ

    พบแต่ความตกตํ่า ไม่มีคนเชื่อถือ ไร้เกียรติยศชื่อเสียง

     

    - การขาดทมะ ขาดการฝึกฝนพัฒนาตนเองให้ดีขึิ้น หลงผิดไปกับความชั่วและอบายมุขได้ง่าย

    ครอบครัวเดือดร้อน ไม่สามารถตั้งตัวได้

     

    - การไม่มีขันติ ไม่อดทน เป็นคนจับจด ทํางานคั่งค้าง ไม่สามารถเป็นหลักของครอบครัวได้

    ไม่ได้รับความไว้วางใจจากผู้อื่น ขาดความเจริญก้าวหน้า เสื่อมจากทรัพย์

     

    - การขาดจาคะ ได้รับคําครหาติเตียน เป็นทุกข์ใจ ไม่มีใครอยากเข้าใกล้

    ไม่มีเพื่อนสนิทมิตรสหาย

     

    === หากเราพยายามรักษาฆราวาสธรรมทั้ง 4 ประการครบ ก็จะมีโอกาสที่จะประสบความสําเร็จในชีวิตสูงนะคะ ===

  • อีกอย่าง อยากแนะนําให้ลองดูพวก Short courses ต่าง ๆ ตาม TAFE หรือสถานอบรมต่าง ๆ ดูน่ะค่ะ ที่เขาสอนอะไรที่แตกต่างจากคอร์สหลักที่เราเรียน เพื่อเป็นความรู้เสริมทักษะด้านอื่น ๆ ให้ตัวเรานะคะ เช่น Leadership skill ทักษะความเป็นผู้นํา, Assertive communication การสื่อสาร, Selling skill ทักษะด้านการขาย, คอร์สอบรมทางคอมพิวเตอร์โปรแกรมต่าง ๆ เป็นต้น ช่วยให้ resume ดูดีด้วยค่ะที่เรามีความสามารถและทักษะด้านอื่น ๆ ที่จะเป็นประโยชน์ต่องานต่อไปค่ะ
  • ไปเจอในเน็ตมา ...เห็นว่าน่าสนใจดี แม้ว่าอาจจะดูจริงจังไปหน่อย

    550920_10150952061166768_1376419322_n.jpg

  • ถ้าให้ดี ก็กลับไปบริษัทเดิมที่เราเคยทํางานมาก่อน และหัวหน้าเก่ายังอยู่ ก็จะมีโอกาสได้งานทันที และมีโอกาสก้าวหน้าเร็วขึ้น ทํางานหาประสบการณ์ต่อยอดความรู้ที่ได้เรียนรู้มา บวกกับประสบการณ์เดิมที่เคยมีแล้ว ก็จะประสบความสําเร็จในการงานเร็วขึ้นค่ะ

    ส่วนบางคนพบว่า พอได้งานหลายที่เรียกเข้ามา ทีนี้ตัดสินใจไม่ได้ จะเลือกงานไหนดี ก็ขอให้มองที่ตัวเราเองก่อนว่า เราต้องการอะไรเป็นสิ่งสําคัญในงานที่เราจะทํา เช่น เงินเดือน, การให้ทุนเรียนต่อ, การอบรมส่งดูงานต่างประเทศ, สวัสดิการ, เวลาทํางาน, ความก้าวหน้าในตําแหน่งที่สูงขึ้น เป็นต้น และจัดอันด่บความสําคัญของแต่ละอย่าง แล้วเทียบในทุกงานที่ได้มา ที่ไหนได้คะแนนรวมสูงกว่า ก็เลือกที่นั่นนะคะ ...

    เคล็ดลับอีกอย่างนึง ... ในช่วงอยู่ออสเตรเลีย การทํากิจกรรมหรือการมีส่วนร่วมในงานอาสาสมัครต่าง ๆ ก็มีประโยชน์มากนะคะ ทําให้เราได้ฝึกและเรียนรู้ทักษะอื่น ๆ และได้เรียนรู้การทํางานแบบฝรั่งอย่างเป็นระบบ ลองค้นหาดูตามเวปไซด์หางานที่เขาหา Volunteer ต่าง ๆ เราจะได้ฝึกทักษะการทํางานร่วมกับผู้อื่น มนุษยสัมพันธ์ การเข้าสังคม การทํางานเป็นทีม หลายหน่วยงานที่นี่ดีค่ะ มีการอบรมก่อนเสมอก่อนที่จะปล่อยเราออกไปเป็นอาสาสมัครจริง แถมเรายังสามารถเอาประสบการณ์ตรงนี้ไปใส่ resume ให้ดูดีได้ด้วยค่ะ เจ้านายเขาจะได้รู้ว่า เราเป็นคนขยันและมีนํ้าใจ ใคร ๆ ก็อยากได้คนแบบนี้ทํางานด้วยน่ะค่ะ
  • และก็อย่าลืมเตรียม Update Resume และ CV ให้พร้อม และผลงานโปรเจคต่าง ๆ ขณะเรียน หรือประสบการณ์ทํางานต่าง ๆ จากออสเตรเลีย ถ้ามีโอกาส ก็ขอจดหมาย Reference จากนายจ้างที่ออสเตรเลียไว้ ซึ่งจะเป็นเอกสารสําคัญที่ต้องเตรียมพร้อมก่อนกลับไทยไปสมัครงานค่ะ...
This reply was deleted.