jakrapong's Posts (56)

Sort by

สวัสดีครับเพื่อนๆ aussietip

ผมปองนะครับ Founder ของเว็บไซต์ aussietip.com ครับ ผมมีเรื่องจะแจ้งเพื่อนๆ สมาชิกสักนิดครับว่า เราจัดทำเว็บไซต์นี้ขึ้นมาเพื่อเป็นบริการสาธารณะของคนไทยในออสเตรเลีย เราจึงต้องการที่จะให้ Community ของเรามีความแน่นแฟ้นกัน และคุยกันได้ทุกๆ เรื่อง แต่จากที่เราดูตอนนี้ ห้องที่เราต้องการที่จะทำให้มีความคิดเห็นหลากหลายที่ชื่อว่า "ห้องโถง" ซึ่งพวกเราเขียนคำอธิบายไว้ว่า -->ห้องโถงนี้คุยเรื่องอะไรก็ได้ครับ เป็นห้องที่รวมเหมือนต้มยำน่ะครับ แต่ยกเว้นการขายของ หาบ้าน หางาน ปล่อยเช่านะครับ

ดังนั้นผมเลยจะมาขอว่าจากนี้ไปห้องโถง จะขอไว้เป็นพื้นที่ของการพูดคุยที่ทุกๆ คนใน Community ได้ประโยชน์นะครับ แต่มันจะไม่ใช่ห้องสำหรับการประกาศซื้อของ ขายของ หาบ้าน หางาน หากใครต้องการ ให้ไปที่กระทู้ของเรื่องนั้นๆ ได้เลยครับ

ห้องโถง

คุยได้ทุกเรื่องจิปาถะ ยกเว้นการขายของ หาบ้าน หางาน ปล่อยเช่านะครับ

ตลาดซื้อขาย

ทุกคำตอบเรื่องซื้อ-ขาย ของมื่อหนึ่งมือสองได้หมด ประกาศขายสินค้า เอาเลยครับเต็มที่

หางาน หาคนทำงาน

ใครอยากได้งาน หางาน หรืออยากประกาศหาคนไปทำงาน เชิญบอร์ดนี้เลยครับ

หาบ้าน หาช่อง

ใครกำลังหาบ้าน หาเพื่อนร่วมห้อง หรือปล่อยห้องเช่า มาห้องนี้เลยครับ

sydney

melbourne

Read more…

สวัสดีครับ มักจะมีสมาชิกถามมาหลังไมค์บ่อยๆ ว่าทำไม Blog ที่เขียนไม่เคยได้รับการ Approve ขึ้นเลย ผมมีหลักเกณฑ์ง่ายๆ อย่างเดียวครับ นั่นคือ Blog คือเนื้อหาแนวเรียงความ ต้องมีประโยชน์ ห้ามขายของ Blog ทำหน้าที่แตกต่างจาก Webboard ผมต้องการให้เนื้อหา Blog เป็นการแชร์ความคิดความรู้สึก ไม่ต้องการให้มาประกาศซื้อขาย หัวข้อและเนื้อหาที่จะได้รับการ Approve จึงควรเป็นเรื่องที่มีประโยชน์ต่อคนทั่วไปในออสเตรเลีย

ถ้าใครส่งมาแล้วออกแนวขายของ จะไม่ผ่านครับ แต่ถ้าเป็นเรื่องที่มีประโยชน์ น่าติดตาม บอกเล่าถึงความเป็นไปของสังคมไทยในออสเตรเลีย โพสต์มาเลยครับ ผมจะ approve ขึ้นให้เร็วที่สุด

Read more…

Aussietip.com ขึ้นปีที่ 12

สวัสดีครับเพื่อนๆ สมาชิก aussietip.com

วันนี้ เมื่อ 11 ปีที่แล้ว ผมสร้างเว็บไซต์ aussietip.com ขึ้นมาเพราะสมัยนั้นคนไทยในออสเตรเลียไม่ค่อยได้คุยกัน คุยกันก็ตามร้านอาหารไทย บางคนอยู่โซนที่แตกต่างกันจะมาพบเจอกันมันก็ยากเย็น ผมเลยคิดว่าน่าจะมีสถานที่สักแห่งที่เราคุยกันได้ออกรสออกชาติ ก็เลยทำเว็บนี้ขึ้นมา เผลอแป๊บเดียวเปิดทำการมาแล้ว 11 ปี

ครบรอบ 11 ปีทั้งทีผมก็มีอะไรจะมาบอกครับว่า ผมดีใจนะครับที่มีชุมชนนี้เกิดขึ้นมาได้ และก็อยากเห็นมันเป็นประโยชน์กับคนไทยในออสเตรเลียต่อไป แต่ผมเองจบกลับมาทำงานที่กรุงเทพฯ ได้สิบปีล่ะครับ ได้กลับไปเมลเบิร์นหนเดียวเอง ตอนแรกๆ ก็แอบถอนใจนะครับว่าจะเลิกทำ aussietip ดีไหม แต่มันก็เป็นสิ่งที่สร้างขึ้นมากับมือ เลยกลับมาบอกว่าจากนี้ไป ผมจะพยายามหาคนมาช่วยดูแลชุมชนของพวกเราให้ดีเหมือนเมื่อก่อนครับ

ขอบคุณสมาชิกทุกคนที่อยู่ด้วยกันมาตลอด จนขึ้นปีที่ 12 ปีครับ


จักรพงษ์ คงมาลัย (บอกอตัวอ้วน)

jakrapong@ymail.com

Read more…

สวัสดีปีใหม่ครับชาว aussietip ผมปอง จักรพงษ์ คนทำเว็บนี้นะครับ ผมทำเว็บนี้เมื่อ 10 ปีที่แล้ว เห็นว่ามันมีประโยชน์กับคนไทยในออสเตรเลีย (โดยเฉพาะที่เมลเบิร์นจะเยอะหน่อย) ก็เลยยังสนุกกับการดูแลมันบ้าง ปัจจุบันนี้กลับเมืองไทยแล้ว แต่ยังคงแวะเวียนที่นี่เรื่อยๆ ส่วนใหญ่มีอะไรฝากคุณต๊อกและทีมงานไว้ วันนี้แวะมาสว้สดีปีใหม่ และจะบอกว่าวันนี้กำลังจะปรับดีไซน์ให้ใช้งานได้ง่ายขึ้นนะครับ อาจแปลกตาไปบ้าง ปรับเปลี่ยนอะไรตามสะดวกสบายคนทำเว็บบ้าง แต่เชื่อว่าคงไม่มีแรงต้านเกินเหตุ ฮ่าๆ เหตุผลที่เปลี่ยน ผมเพียงแต่จะบอกว่าผมจะกลับมาดูแล aussietip เต็มตัวอีกครั้ง หลังจากหายไปนาน

หวังว่าทุกท่านสบายดีนะครับ

บอกอตัวอ้วน เจ้าเก่า สิบปีมาอย่างไร ก็อย่างนั้น

 

Read more…

สวัสดีปีใหม่

สวัสดีครับออสซี่ทิป

 

เข้ามาสวัสดีปีใหม่เพื่อนๆ คนไทยในออสเตรเลียนะครับ ผมเองอยู่เมืองไทยไม่ค่อยได้เข้ามาดูแล แต่มีอะไรก็เมลมาคุยกันได้เสมอครับ อัพเดทกันหน่อยนึง ปีนี้ผมจะปรับดีไซน์อีกรอบ เพื่อให้ตอบสนองความต้องการของพวกเรามากยิ่งขึ้น หากว่ามีอะไรที่ต้องการแนะนำ โพสต์มาไว้ข้างล่างนี้นะครับ

 

ขอบคุณครับ

บอกอตัวอ้วน 10 ปีแล้ว ก็ยังอยู่กันต่อไป

Read more…

ปรับ Design Aussietip.com

สวัสดีครับเพื่อนๆ สมาชิกออสซี่ทิปทุกคน

ทำเว็บมาจะครบ 10 เดือนพฤศจิกายนนี้แล้ว ผมเลยคิดว่าเดี๋ยวต้องปรับหน้าตาเว็บครั้งใหญ่ และแน่นอนว่าการปรับหน้าตาเว็บครั้งนี้จะต้องมาพร้อมกับลูกเล่นใหม่ๆ ใครอยากได้อะไร ให้บอกเลยนะครับ ทีมงานจะเอาไปเพิ่มเติม ลด แก้ไขให้ตรงใจสมาชิกมากๆ ขึ้นไปครับ อย่างไรรบกวน Feedback กลับมาทีนะครับ ว่าต้องการอะไรกันบ้าง สีสันอยากได้แบบไหน

บอกอตัวอ้วน
Read more…
สวัสดีครับเพื่อนๆ ชาวออสซี่ทิป

ไม่ได้เข้ามาคุยผ่านทาง Blog กับเพื่อนๆ สมาชิกพักใหญ่ๆ ในช่วงสามเดือนที่ผ่านมา แต่ผมก็ยังเข้ามาดูเว็บอยู่เรื่อยๆ ใครถามอะไรมาก็ตอบเมลกลับไปทุกครั้งนะครับ เรื่องที่บ่นๆ กันมาเช่นว่า ทำไมโดนแบนก็ลดน้อยลงเพราะเพื่อนๆ คงเข้าใจกฏ กติกา กันดีมากขึ้นแล้วว่าถ้าจะขายของให้ไปที่เฉพาะในห้องคลาสสิฟายด์นะครับ

อย่างไรก็ตาม...ตอนนี้ก็เริ่มมีการโพสต์ขายของที่ไม่เหมาะสมมากขึ้น เช่น รับพนักงานนวดชาย แถมมีการระบุลงไปอีกว่าจะต้องเป็นผู้ชายรักร่วมเพศด้วย ผมก็เลยต้องลบไป อันนี้ขอเลยนะครับ เพราะผมกับทีมงานตั้งใจว่าอยากให้ชีวิตของคนไทยในออสเตรเลียง่ายขึ้น สะดวกขึ้น ดังนั้นช่วยๆ กันทำให้สังคมออนไลน์ของเราดีขึ้นด้วยนะครับ อะไรที่มันล่อแหลม เราก็อย่าโพสต์ลงมาเลยครับ ถึงเราจะเปิดให้โพสต์ในนั้นอิสระ ไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ แต่ก็ขอให้ทุกคนช่วยกันดูแลสังคมด้วยนะครับ

บอกอฯ


Read more…

You complete me

วันหยุดสุดสัปดาห์นี้ผมไม่ได้ออกไปไหนนอกจาก อ่านหนังสือที่อยากอ่าน ดูหนังที่อยากดู แน่นอนว่าหนึ่งในหนังขึ้นหิ้งที่ผมดูแล้วดูอีกประจำสัปดาห์นี้ก็คือ “Jerry Maguire”

ขอบคุณภาพจากวิกิพีเดีย ภาษาอังกฤษ ย้อนหลังกลับไปปี 1996 (ไม่อยากจะนับเลยว่ามัน 14 ปีที่แล้ว) Jerry Maguire เป็นเรื่องราวสุข-เศร้า-เหงา-ซึ้งของเอเย่นต์นักกีฬาหนุ่มถังแตก รับบทบาทโดย Tom Cruise เคียงคู่กับ Renee Zellweger รับบท Single Mom แสนสวย และนักอเมริกันฟุตบอลปากมาก Rod Tidwell รับบทโดย Cuba Gooding, Jr. ซึ่งภาพยนตร์เรื่องนี้ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลออสการ์ถึง 5 รางวัล และท้ายสุดได้รับมา 1 รางวัลคือ รางวัลนักแสดงสนับสนุนยอดเยี่ยมของ Cuba Gooding Jr. รางวัลออสการ์ไม่ได้สำคัญอะไรเท่าไหร่ ถ้าหากว่าดูแล้วมันไม่ทำให้เราประทับใจในแง่ใดแง่หนึ่ง… Jerry Maguire ดูกี่ทีก็ยังสนุกครับ ผมจำได้ว่าเคยอ่านหนังสือ The Story of The Modern Rebel ของ วงศ์ทนง ชัยณรงค์สิงห์ เขาก็เขียนเอาไว้ว่าตอนที่ก่อร่างสร้างนิตยสาร a day ใหม่ๆ เขาบังเอิญเปิดดูหนังเรื่องนี้ แล้วมัน ‘Click’ มัน ‘Inspire’ และคิดได้ว่าตัวเองจะต้องลุกขึ้นมาทำอะไรสักอย่าง คิดๆ ไปแล้วมันเลยสะท้อนใจย้อนกลับมาหาตัวผมเองว่า ผมเองทุกวันนี้ถึงจะทำงานกินเงินเดือนไปเรื่อยๆ แต่ก็ใฝ่ฝันถึง Side project ที่ตัวเองนึกไว้ ประเด็นคือยังไม่ได้ทำสักที “เพราะทำจึงสำเร็จ” เลยเป็นเรื่องที่ผมเชื่อ เราต้องลงมือทำมันถึงจะสำเร็จ ลอยไปลอยมา คงไม่มีอะไรดีขึ้น ผมเองชีวิตนี้โชคดีมีเพื่อนมีคนรู้จักหลายคนที่ชื่นชมอยู่ อย่างพี่เอ๋อ Kapook! เคยบอกว่า “ผมเคยเจอหลายต่อหลายคนมีไอเดียในการทำเว็บที่เจ๋งมากๆ แต่ท้ายสุดไม่ได้ทำ แล้วปล่อยให้มันลอยไป เลยไม่มีอะไรเกิดขึ้นอย่างน่าเสียดาย” หรืออย่าง หนุ่ย พงศ์สุข บริษัท Show No Limit นี่ก็เป็นคนนึงที่ผมชื่นชม ผมเคยบอกกับหนุ่ยด้วยตัวเองว่าเขานี่เจ๋งจริงๆ แต่หนุ่ยก็ถ่อมตัวบอกว่า “มันไม่มีอะไรหรอกครับปอง ผมมันก็แค่เด็กคนหนึ่งที่กล้าบ้าบิ่นทำในสิ่งที่ตัวเองเชื่อเท่านั้นเอง” รวมไปถึงนักธุรกิจอีคอมเมิร์ซคนดัง อย่างป้อม ภาวุธ TARAD.com ด้วย ป้อมก็เป็นอีกคนที่ “พูดแล้วทำ” จำได้ว่ามีอยู่คืนหนึ่งประมาณ 4 ทุ่ม ผมนั่งคุยกับป้อมที่ออฟฟิศเก่าของเขาแถวลาดพร้าว ผมถามป้อมว่าทำไมถึงมาทำอินเทอร์เน็ต ป้อมตอบเรียบๆ ว่า “ก็ชอบน่ะ ไม่รู้สิเวลานั่งอยู่หน้าจอคอม มองๆ ไปนั่งคลิกนั่งแก้แบนเนอร์ให้ลูกค้ามันมีความสุขดี อยู่ได้นานเลย” ผมขอรวบรัดตัดความว่า สิ่งที่คุณโหน่งวงศ์ทนง, พี่เอ๋อ, หนุ่ย และป้อมพูดนี่แหละที่ผมเจอใน Jerry Maguire ด้วยก็คือ การที่เราจะทำอะไรสักอย่าง เราจำเป็นอย่างยิ่งที่เราจะต้องมี “ศรัทธา” ในสิ่งนั้น ถ้าพี่เอ๋อ หนุ่ย ป้อม ผ่านมาอ่าน ผมอยากบอกว่าไม่เคยลืมเลยนะ ยังจำอยู่เสมอว่าจริงๆ แล้วชีวิตคนเราอาจไม่มีอะไรนอกไปจาก ทำในสิ่งที่เราคิด เราเชื่อ เราศรัทธาอย่างเต็มกำลัง แล้วทำมันอย่างเต็มที่ และจะต้องไม่ปล่อยให้เราไปอิจฉาชีวิตใคร แต่จงทำให้ชีวิตของเรามีคนอิจฉาในแบบที่เป็นเราดีกว่า - – - - มีตอนหนึ่งในหนัง Jerry กลับมานอนพักที่บ้าน แต่เขานอนไม่หลับ เพราะยังจำภาพของนักกีฬาที่เขาทำงานให้กำลังบาดเจ็บเจียนตาย แต่เขาก็ยังไปคาดหวังให้นักกีฬาเหล่านั้นลงเล่นอีกโดยไม่สนใจสภาพจิตใจของ ครอบครัวนักกีฬา นาทีนั้น Jerry รู้สึกผิด สำนึกลึกๆ ของเขาย้ำเตือนตัวเองจนเขาต้องลุกขึ้นมาเขียน “ถ้อยแถลงทางธุรกิจ” เสนอให้บริษัทเอเย่นต์ที่เขาทำงานอยู่ ลดจำนวนลูกค้าลงเพื่อมีเวลาเอาใจใส่ลูกค้านักกีฬาอย่างเต็มกำลังความสามารถ ซึ่งทำให้ Jerry ต้องออกจากงานมาทำสิ่งที่เขาเชื่อและศรัทธา และด้วยแรง “ศรัทธา” นี่แหละที่ทำให้ Dorothy ยอมลาออกมาร่วมหัวจมท้ายกับ Jerry และทำให้ชีวิตของ Jerry มีความหมายมากขึ้น Dorothy อาจไม่ใช่คนเพียงคนเดียวที่ “Complete” Jerry หากแต่ แรงศรัทธา ความคิด ความเชื่อที่เขามีต่อสิ่งที่ทำ กำลังลังใจจากเพื่อนและลูกค้าอย่าง Rod ต่างหากที่เป็นแรงผลักแรงเสริมให้ Jerry ถูกเติมเต็ม ให้ตายเหอะ คำว่า “You complete me” มันศักดิ์สิทธิ์กว่าที่คิดไว้เยอะแฮะ - – - - ทุกวันนี้ Jerry Maguire ยังคงได้รับความนิยมอยู่ ถ้าเดินไปตามร้านก็จะยังมีให้เลือกเช่าเลือกซื้อกันเหมือนเคย อาจจะเป็นเพราะบท และคำเด็ดๆ โดนๆ ที่หลายคนเกิดทันหนังเรื่องนี้น่าจะทำได้ เช่น “Show me the money!” (บทที่ Jerry ตะโกนให้ Rod เพื่อตื๊อให้ Rod อยู่กับเขาต่อ) “You complete me”, “You had me at hello” (Dorothy พูดกับ Jerry ตอนที่เขาประสบความสำเร็จแล้วกลับมาตามตัว Dorothy), “Help me help you” (Jerry ขอร้องให้ Rod ลดทิฐิลงให้ต่างคนต่างช่วยกัน) “You had me at ‘hello’ (Dorothy ตอบกลับ Jerry ว่า “ฉันเสร็จคุณตั้งแต่คุณเซย์ฮัลโหลแล้ว”) ที่มา: บล็อกของตัวเอง
Read more…
สวัสดีครับสมาชิก Singtip.com วันนี้ผมเข้ามาอัพเดทว่า เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองช่วงเทศกาล X'Mas และปีใหม่นี้ ทาง Aussietip.com ได้เพิ่ม Feature "Gift" ที่เปิดโอกาสให้ทุกคนสามารถส่งของขวัญออนไลน์ผ่านทาง Aussietip.com ได้ ระบบ Gift คืออะไร?

Gifts เป็นชิ้นกราฟิกเล็กๆที่สมาชิกทุกคนสามารถซื้อและนำไปให้กับสมาชิกคนอื่นๆ ใน Aussietip.com และเว็บอื่นๆ ที่อยู่ใน Ning Network ได้ โดยสิ่งที่สมาชิกจะเห็นก็คือเวลาใครให้ของขวัญใคร มันจะไปปรากฏอยู่ในการอัพเดทกิจกรรมล่าสุดในหน้าแรก และของขวัญที่เราให้กับสมาชิกนั้นก็จะติดอยู่ตรงหน้าโปรไฟล์ของเพื่อนสมาชิกคนนั้น ถ้าสมาชิกท่านใดต้องการซื้อของขวัญ ก็คลิกตรงคำว่า "Give a Gift" link เราจะเห็นลิงก์นี้อยู่ในส่วน Gifts box ที่อยู่ใน My Page อีกทีนึง จากนี้ไปสมาชิก Aussietip.com จะสามารถเลือกใส่เมสเสจประกอบของขวัญนั้นไปได้ด้วย ทั้งยังเลือกได้ว่าจะโชว์ไหมว่าใครเป็นคนส่งของขวัญไปให้ (อารมณ์ว่าอยากให้คนรับลุ้นว่าใครน๊าาา) สำหรับการซื้อของขวัญนั้นจะต้องใช้ PayPal ในการซื้อ ซึ่งตรงนี้ไม่มีการบังคับกันแต่อย่างใดครับ และคงต้องบอกกับสมาชิกด้วยว่า อันนี้เป็นหนึ่งในรายได้ที่ทาง Aussietip.com จะได้รับส่วนแบ่งรายได้บางส่วนมาเพื่อให้เว็บอยู่ได้ต่อไป ดังนั้นถ้าหากว่าท่านสมาชิกไม่สนใจก็ไม่ต้องคลิกครับ แต่ถ้าคลิกซื้อแล้วส่งให้คนอื่นทาง Aussietip.com ก็จะมีรายได้จุนเจือนอกเหนือไปจากโฆษณา และจะนำมาบริการสมาชิกให้ได้ดีๆ ยิ่งขึ้นไป ขอบคุณมากครับ บอกอตัวอ้วน
Read more…
สมัยผมเด็กๆ ผมก็ไม่ต่างไปจากเด็กคนอื่นๆ เติบโตมากับกระดาษวาดรูปพร้อมสีเทียน 12 สีไว้ระบาย วาดตัวตุ๊กตุ่นตุ๊กตาไปตามเรื่องตามราว มุมโค้งมุมป้านได้ส่วนบ้าง ไม่ได้ส่วนบ้าง ก็แล้วแต่จินตนาการจะพาไป แต่จากนั้นไม่นานผมก็ไม่ได้วาดอีกเลย เพราะบางทีนอกจากละเลงอยู่บนกระดาษวาดรูป ผมยังเลยไปวาดบนฝาบ้าน รวมแม้กระทั่งเสื้อผ้าของคุณยาย คุณแม่ คุณน้าๆ ในบ้าน จากนั้นผมก็ไม่ได้รับอนุญาตให้จับสีเทียนอีกเลย แต่ความพยายามในการจะสร้างสีสันในชีวิตของผมยังไม่หมดไป เมื่อเติบโตขึ้นมาผมก็ยังวาดรูปบ้าง แต่งแต้มเติมสีให้กับชีวิตบ้าง แม้มันจะไม่ได้อยู่บนกระดาษปอนด์สำหรับวาดรูปเหมือนสมัยเด็กๆ บางทีก็แสดงออกทางเว็บไซต์บ้าง อย่างวันนี้คุณคงเห็นว่าสีเว็บ Aussietip เปลี่ยนไปนิดหน่อย เมื่อพฤศจิกายน ปี 2001 เว็บนี้เป็น Community คนไทยในออสเตรเลีย เน้นเว็บบอร์ดเป็นหลัก มีสีฟ้า ขาวสดใส สร้างด้วยโค้ด HTML ธรรมดาๆ จากนั้นก็ปรับ Positioning มาเป็น Social Network สีส้มดูร้อนแรงในช่วงปี 2007 และเมื่อปีที่แล้วก็เปลี่ยนเป็นสีเขียวอมชมพู ล่าสุดพฤศจิกายนนี้ Aussietip มีอายุครบ 9 ปีเต็ม และก้าวเข้าปีที่ 10 พอดิบพอดี ผมเลยถือโอกาสนี้เปลี่ยนสีเป็นเขียวอ่อนๆ ให้กลืนกับความเป็นออสเตรเลีย แต่ยังคงโลโก้ของเราไว้เหมือนเดิม Aussietip.com เป็นชุมชนคนไทยในออสเตรเลีย แม้คนส่วนใหญ่ในเว็บจะอยู่ในเมลเบิร์น สมาชิกในเมืองอื่นๆ เลยดูน้อย แต่ผมก็รู้สึกว่าผมยังไม่ค่อยอยากปรับให้เป็นเฉพาะเมลเบิร์นเท่าไหร่ ยอมรับว่าเคยแอบลังเลคุยกันกับคุณต๊อกว่าเปลี่ยนดีไหม แต่ท้ายสุดก็ไม่ได้เปลี่ยน เพราะยังรู้สึกว่ามันดูจะเป็นการไม่ยุติธรรมกับเมืองอื่นๆ บ้างเลย มีอีเมลทักท้วงมาว่าผมน่าจะปรับ Positioning ของเว็บให้กลายเป็นเมลเบิร์นไปเลย ไม่น่าเอาโอเปร่าเฮ้าส์มาทำโลโก้ แต่ผมก็ขอยืนยันว่า ถ้าคุณดูโลโก้ของออสซี่ทิปดีๆ คุณจะเห็นว่าด้านหน้าของมันมีบ้านทรงไทยเล็กๆ อยู่หลังนึง นั่นล่ะครับสีสันของความเป็นไทยเราแอบอยู่ตรงนั้น เราเป็นชุมชนคนไทยเล็กๆ ในออสเตรเลีย อยู่มาจนเข้าปีที่สิบแล้ว ก็ไม่ได้ไปไหน ผมเห็นมาตลอดว่าห้องเล็กๆ ที่บริสเบน ที่ซิดนีย์ ที่เพิร์ธ อะดิเลด ดาร์วิน แคนเบอร์ร่า แทสมาเนีย รวมถึงกรุ๊ปที่มีอยู่ทั้งหมด แม้มันจะมีคนไม่เยอะมาก แต่การที่เรามีคนไม่เยอะมาก ไม่ได้หมายความว่าชุมชนนั้นไม่มีคุณภาพ ผมมองว่ามันเล็กๆ น่ารักอย่างนั้นดีแล้ว สิบปีแล้วเร็วเนอะ เราทำอะไรกันดีในปีที่ 10 ของ Aussietip.com ดี? ผมอยากให้ทุกคนมีส่วนร่วมมากกว่านี้จริงๆ ขอบคุณสมาชิก, ทีมงาน, ผู้สนับสนุนทุกท่านที่ช่วยกันทำให้ Aussietip.com มีวันนี้ได้ ขอบคุณนะครับ ที่เป็น "สีสัน" ของเราคนไทยในออสเตรเลียทุกคน บอกอตัวอ้วน
Read more…

5,000 คน

วันนี้เป็นวันที่น่าดีใจอีกวันครับ เมื่อกี้แวะไปดูจำนวนสมาชิกที่หน้า http://www.aussietip.com/profiles/members/ เรามีสมาชิกทั้งหมด 5,001 คน* ทั่วออสเตรเลียแล้วครับ จำนวนทั้งหมดนี้เป็นคนไทยในออสเตรเลีย 60% และเป็นคนไทยที่อยู่เมืองไทยอยากจะเรียนต่อและ/หรือหางาน ประมาณ 40% ขอบคุณทุกคนที่ทำให้ aussietip.com มีวันนี้นะครับ เปิดให้บริการแล้ว 8 ปีกว่าๆ เราก็ยังอยู่ที่นี่ไม่ไปไหน ตอนนี้ผมกำลังคิดทำโปรเจ็คต์อะไรใหม่ๆ ออกมาสำหรับคนไทยในออสเตรเลีย ขอให้ติดตามกันให้ดีนะครับ *จำนวนนี้ไม่รวมคนที่เข้ามาชมแล้วไม่ล็อกอิน แต่รับรองว่ามากพอที่จะทำให้เว็บเราช้าและล่มได้บ่อยๆ ถ้าไม่ดูแลครับ
Read more…
สวัสดีครับสมาชิก aussietip ทุกท่าน หวังว่าสบายดีกันทุกคนนะครับ วันนี้ผมมีเรื่องมาอัพเดทสองสามอย่างครับ 1. ผมกำลังมองหาผู้จัดการ ของ aussietip ประจำเมลเบิร์นและซิดนีย์นะครับ ถ้าสนใจร่วมงานกัน ช่วยส่ง Resume ของคุณมาที่ jakrapong [at] ymail.com นะครับ งานหลักๆ คือการดูแล Community และงานรองคือดูแลด้านการขายโฆษณาครับ 2. ผมปรับหน้าตาเว็บนิดหน่อย ขยับนั่นขยับนี่นิดหน่อย คิดว่าไงกันบ้าง บอกมาได้นะครับ 3. เรื่องโฆษณา - หลายๆ คนที่ติดต่อเรื่องอยากจะโฆษณากับทาง aussietip ไว้ ตอนนี้ผมยังปรับราคาไม่เสร็จเลยครับ คือคิดค่อนข้างเยอะ เพราะผมมีบทเรียนแล้วว่าการรับโฆษณาเข้าเว็บ ผู้โฆษณาย่อมคาดหวังกับผลโฆษณาค่อนข้างมาก แต่ผมจำกัดสิทธิ์ของผู้โฆษณาไว้ค่อนข้างเยอะ ไว้ผมปรับเสร็จแล้วจะรีบแจ้งทางบล็อกนะครับ
Read more…
ไปเจอบทความเก่าที่ตัวเองเคยเขียนทิ้งไว้นานแล้วในเว็บเด็กดี เอากลับมาโพสต์ให้คนที่กำลังจะไปออสเตรเลียอ่านกันนะครับ ผมปัดฝุ่นใหม่นิดหน่อย เพื่อให้อัพเดทกับสถานการณ์ปัจจุบัน - - - - - - ก่อนออกเดินทางสู่ประเทศออสเตรเลีย ก่อนที่จะตัดสินใจเดินทางไปยังออสเตรเลีย ผมแนะนำว่าคุณควรจะหาศึกษาถึงธรรมเนียม ประเพณี และวิถีชีวิตของคนออสเตรเลีย ตลอดจนข้อมูลเฉพาะของสถาบันที่คุณจะไปเรียนจากออสซี่ทิป ซึ่งแต่ละเว็บไซต์ก็จะมีประโยชน์ทั้งสิ้น อยากให้ลองเข้าไปดูกันนะครับ และลองเปิดดูเว็บไซต์ของมหาวิทยาลัยที่คุณจะไปเรียนนั้นให้มากที่สุด ในที่นี้ผมจะไม่นำข้อมูลทางด้านประชากร ด้านภูมิประเทศ และตัวเลขต่างๆ มาใส่ไว้ แต่จะเน้นไปที่ข้อมูล "ซึ่งคุณจะต้องใช้จริงๆ" ในการดำรงชีวิตนักเรียนไทยในออสเตรเลีย ซึ่งแน่นอนว่ามันอาจจะไม่ครอบคลุมทุกรายละเอียดปลีกย่อย แต่คุณก็ยังสามารถเข้าไปถามกันในเว็บบอร์ดได้เช่นเคยครับ ผมเชื่อว่าคนที่อ่านออสซี่ทิป จะเป็นกลุ่มที่ติดหนึบ อยู่บนหน้าจออินเทอร์เน็ตพอสมควร ดังนั้นผมแนะนำว่า การทำการบ้านทางอินเทอร์เน็ตนั้นเป็นเรื่องสำคัญ ไม่จำเป็นว่าต้องเป็นแต่ออสซี่ทิปแห่งเดียวเท่านั้น แต่ยังมีอีกหลายแห่ง ซึ่งน่าจะเหมาะกับใครที่รู้สึกว่าออสซี่ทิปดูเครียด และเป็นทางการมากเกินไป ลองดูเว็บอื่นๆ ที่เราลิงก์เอาไว้ทางขวามือนะครับ จัดกระเป๋า มักจะมีคนเขียนอีเมล์มาถามผมเป็นประจำว่า จะต้องจัดกระเป๋าอย่างไร เอาอะไรไปดีบ้าง ไม่เอาอะไรไปดีบ้าง เชื่อไหมครับ ผู้หญิงผู้ชายจะมีลักษณะการเตรียมตัวที่แตกต่างกันไป ผู้หญิงมักจะถามถึงเรื่องเสื้อผ้า เรื่องเครื่องครัว ผู้ชายมักจะถามว่าหาซื้อโทรศัพท์ คอมพิวเตอร์ที่ไหนดีระหว่างพันธุ์ทิพย์ ไอทีมอลล์ กับออสเตรเลีย ที่ไหนจะถูกกว่า? เอาเป็นว่าเดี๋ยวค่อยว่ากัน เรามาว่ากันด้วยข้อมูลพื้นฐานก่อนเลยนะครับว่าเขาให้เอามาได้กี่กิโลกรัม โดยทั่วๆ ไปแล้วครั้งแรก ก็มักจะแบกกันมาเกินพิกัดทั้งนั้น คือ 20-30 กิโลกรัมไม่เกินนี้ นอกนั้นจะโดนปรับ แต่ไม่รู้ทำไม เด็กไทยจะขนกันมาเกินทั้งนั้นแหละครับ พี่ๆ ที่การบินไทยก็จะใจดี ตรงนี้มีทริคนิดหน่อยว่าถ้ากระเป๋าคุณดูไม่ใหญ่เกินไป ก็ยัดๆ มาในกระเป๋าถือได้ครับ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นผมว่า ของที่จะเอามาควรเป็นของที่จำเป็นเท่านั้นพอครับ (ยังจำได้ว่าตอนผมมา ซัดไป 45 กิโลกรัม ทำท่าง้อๆ พี่เขาหน่อย ก็ปล่อยหลุดมาได้ครับ) ถ้าหากว่าในกรณีที่คุณ ต้องการขนของเยอะจริงๆ อย่างนักเรียนปริญญาเอกนี่ผมเจอมาหลายรายแล้วครับ ขนหนังสือกันมาเพียบเลย ผมแนะนำว่าอย่างนี้ต้องจัดส่งสัมภาระล่วงหน้า เช่นไปรษณีย์ด่วนพิเศษทางบริษัทเดินเรือ ทางบริษัทรับจัดส่งเอกสารระหว่างประเทศ หรือจัดส่งไปให้ถึงพร้อมๆ คุณแบบ unaccompanied baggage หรือส่งไปทางเครื่องบินนั่นเอง แต่ข้อเสียก็มีอยู่ตรงที่ว่า ต้องออกไปเอาของที่คลังสินค้าของสายการบินนั้นๆ เมื่อคุณไปถึงออสเตรเลียแล้ว และยังต้องเสียค่าระวางเก็บของเป็นรายวัน หากไม่ไปเอาของในเวลาที่กำหนด ในขณะที่การส่งของทางไปรษณีย์จะมีเจ้าหน้าที่นำของไปส่งให้คุณถึงที่ (แต่ต้องมีที่พักแน่นอนแล้วนะครับ) แต่ถ้ายังหาที่อยู่แน่นอนไม่ได้ ก็ลองต่อรองกับทางมหาวิทยาลัย ที่คุณจะมาเรียนว่ามีสำนักงานบริการนักศึกษานานาชาติหรือไม่ แล้วให้ส่งไปที่นั่น และถ้าเอาขนม อาหาร หรือสิ่งของ ที่ไม่แน่ใจว่านำเข้าได้หรือป่าว ให้ใส่ไว้ในอีกกระเป๋านึง แล้วก็ให้ declare โดยเข้าช่องแดงแล้วก็เปิดแต่กระเป๋านั้นให้เจ้าหน้าที่ดูจะได้ไม่ต้องโดน รื้อทุกกระเป๋า แล้วไม่ต้องเสียเวลาแพคใหม่ด้วย สิ่งของห้ามนำเข้าประเทศ ออสเตรเลียเป็นประเทศที่เป็นเกาะ จึงจำเป็นต้องทำให้เขาต้องรักษาสภาพปลอดเชื้อ ปลอดแมลงที่จะเป็นอันตรายต่ออุตสาหกรรมการเกษตรของเขา ดังนั้นอย่าได้นำของจำพวกอาหารสด อาหารแห้ง พืช ผัก ผลไม้ และผลิตผลจากสัตว์หรือพืช อย่างเช่นเป็นคนรักต้นไม้มาก เอากิ่งไม้เตรียมมาเพาะชำโดยเฉพาะนั่นแหละครับ โดนริบแน่ น้ำผึ้งไม่ได้ เนื้อสดเนื้อแห้ง ถั่วตากแห้ง หมูกระป๋องไม่ได้ทั้งนั้นครับ คุณจะโดนปรับแบบแพงสุดๆ หรือถ้าไม่แน่ใจ อย่าคิดว่าเดินเข้าช่องเขียวซึ่งไม่ต้อง Declare จะปลอดภัย ในทางกลับกันช่องเขียวนั่นแหละอันตรายสุด เดินเข้าช่องแดงเขาจะเปิดดูแล้วเราก็บอกว่าของแต่ละอย่างคืออะไร ยังจะมีโอกาสผ่านมากกว่าครับ เรียกว่าแสดงความจริงใจไว้ดีที่สุดครับ แต่อย่างไรก็ตามสินค้าที่คุณคิดว่าจะเอาไปออสเตรเลีย ที่นั่นมักจะมีขายอยู่แล้ว ร้านขายของชำชาวเอเชียนก็เปิดเยอะ ไม่ต้องกลัวหรอกครับ เดี๋ยวนี้ร้านไทยก็เยอะนะครับ ลองดูลิงก์ต่างๆ ทางขวามือได้นะครับ เสื้อผ้า คนที่นี่แต่งตัวกันสบายๆ ผมแนะนำให้เอาเสื้อยืดมาหลายๆ ตัว กางเกงยีนส์มาเยอะๆ เพราะไม่ต้องรีดมาก ไม่ต้องซักบ่อย อยู่ที่นี่จะไม่มีใครซักให้แล้วนะครับ ไม่มีคนรีดให้ด้วยเพราะฉะนั้นหาอะไรที่ง่ายๆ กับตัวเองเข้าไว้ และที่เมลเบิร์นนี่ผมก็ไม่เห็นใครเขาจะแคร์กันเรื่องแฟชั่นเท่าไหร่ เขาแต่งกันสบายๆ มากครับ พวกเสื้อผ้ายี่ห้อนี่ไม่ต้องขนมาหรอกครับ เพื่อนออสซี่ผมคนนึงไม่อาบน้ำมาสามวันมันรู้ตัว ก็โดดหลบไปหลังห้องนั่งเรียนโดยไม่ปล่อยให้กลิ่นตัวรบกวนใคร และคนที่นี่อาบน้ำกันหนเดียวครับ บางทีสองสามวันอาบทีก็มี ส่วนใหญ่คนที่แต่งตัวมากๆ จะเห็นได้ตามไชน่าทาวน์เพราะเด็กเอเชียนทั้งนั้นแหละครับ ที่แต่งตัวหรูสุดฤทธิ์ แต่ก็ไม่ใช่แบบซัมเหมานะครับ เดี๋ยวจะเข้าผับเข้าบาร์ไม่ได้ แต่เบสิคที่จำไว้เลยนะครับ เสื้อยืด - กางเกงยีนส์ - เสื้อกันลม - แว่นกันแดด - ร่ม เตรียมไว้เลยครับ เพราะอากาศที่ออสเตรเลียนี่ คุณไม่รู้ว่ามันจะเป็นอย่างไร เดี๋ยวฝนตกเดี๋ยวแดดออก เดี๋ยวหนาวเดี๋ยวร้อน นอกจากนี้พวกเสื้อกางเกงกีฬา กางเก่งว่ายน้ำ ชุดว่ายน้ำ ก็น่าเอาไปนะครับ และเตรียมชุดออกงานไว้ด้วยนะครับเอาที่สีกลางๆ ไม่สว่างไม่มืดเกินไป จะได้ใส่ได้หลายๆ งาน อ้อ! และทางที่ดีควรจะเตรียมมาให้เพียงพอ เพราะเสื้อผ้าที่นี่แพงมาก รองเท้า รองเท้าผ้าใบ (เดินเที่ยว เล่นกีฬา) รองเท้าหนังคู่สุภาพ รองเท้าแตะอยู่กับบ้าน (ที่นี่หายาก) เอามาสักสองสามคู่ก็อยู่แล้วครับ ชุดชั้นใน อันนี้ เอ่อ...ผมก็ไม่ค่อยสันทัด -_-' ขอลอกข้อมูลไอดีพีมาเลยก็แล้วกันนะครับ คือ ควรเตรียมชุดชั้นในไปให้มากพอ โดยเฉพาะคุณสุภาพสตรี เพราะอาจจะพบปัญหาในเรื่องขนาดรูปร่าง ถ้าจะไปหาซื้อที่ออสเตรเลีย แม้สาวไทยจะมีรูปร่างสูงใหญ่ไม่แพ้ชาวตะวันตก แต่ก็ต้องยอมรับกันว่า สรีระบางส่วนของเรายังตามเขาไม่ทัน และแม้ว่าคุณจะมีหุ่นมาตรฐานสากล ใช้ชุดชั้นในของฝรั่งได้ สินค้าประเภทนี้ก็มีราคาแพงมาก แถมคุณภาพของไทยยังทิ้งห่างอย่างไม่มีวันตามทัน เครื่องใช้ไฟฟ้า คอมพิวเตอร์เมืองไทยเอาไปใช้ได้เลยครับ มือถือก็เอามาใช้ที่นี่ได้ครับ ซื้อซิมการ์ดแบบ Pre-paid แล้วใส่เลย หม้อหุงข้าว เตารีด เครื่องเล่น MP3 แบบอัดได้ ไว้อัดเล็คเชอร์ และส่วนตัวผมแนะนำให้หา PDA, iPhone มาใช้ครับ เพราะที่นี่คุณจะต้องจัดการเวลาของคุณอย่างมาก พวก Palm, Smart Phone เตรียมมาเถอะครับไม่เสียหลาย ส่วนเรื่องกระแสไฟอะไรนี่เมืองไทยกับออสเตรเลียจะประมาณ 220-240 ใช้ด้วยกันได้ แต่ต้องซื้อตัว adapter สามขามาแปลงสักนิดนึงนะครับ เพราะหัวปลั๊กมันจะไม่เหมือนกัน หาซื้อได้ตามร้านขายของประเภทนี้ทั่วไป เช่น Dick Smith, Tandy, Target หรือแม้กระทั่งร้านขายของเดินทางอย่าง Aussie Disposal เอกสารต่างๆ พวก เอกสารสำคัญที่ขาดไม่ได้ และให้เอาไว้กับตัวตลอดเวลานะครับ และถ้าเป็นไปได้เอกสาร ควรถ่ายเอกสารไว้เก็บไว้ที่บ้านอีกชุดหนึ่งกันหาย ยกเว้นหนังสือเดินทางเมื่อไปถึงออสเตรเลียแล้ว ให้เอาไว้ที่บ้าน แต่เวลาไปไหนให้เอาตัวสำเนาไปใช้แทนตัวจริง ป้องกันการสูญหาย 1. หนังสือเดินทาง (แน่ล่ะต้องมีวีซ่าสแต๊มป์ไว้ด้วย) 2. ตั๋วเครื่องบิน 3. เอกสารด้านการศึกษา เช่น จดหมายยืนยันการตอบรับจากทางมหาวิทยาลัย (COE- Confirmation of Enrolment) transcript วุฒิที่เรียนจบมา ผลการทดสอบภาษาอังกฤษ (ถ้ามี) และจดหมายรับรองจากอาจารย์ที่มหาวิทยาลัย (ที่อาจารย์มักจะเขียนๆ กันเป็นฟอร์ม แล้วเปลี่ยนชื่อนักเรียนเอานั่นแหละครับ) และใบรับรองการทำงานที่คุณเคยทำงาน (ถ้าทางมหาวิทยาลัยต้องการ) 4. เอกสารด้านการเงิน เช่น บัตรเครดิต, bank draft, traveller's cheque (เวลาเดินทางควรใช้เช็คประเภทนี้เพราะว่า จะปลอดภัยกว่าการเอาเงินสดติดตัวไป แล้ววิ่งไปเปิดบัญชีที่เมลเบิร์น ส่วนเปิดบัญชีที่ไหนค่อยว่ากันอีกทีครับ) 5. Resume หรือ CV ถ้าต้องการหาประสบการณ์การทำงานที่ออสเตรเลีย อันนี้สำคัญมาก ตอนผมไปสมัครงานทำรายการวิทยุ SBS ที่นั่นก็เอาไปยื่นเขา เขาก็จะพิจารณาเป็นพิเศษ 6. เงินสด ห้ามเอาเข้าไปเกิน 10,000 เหรียญ จริงอยู่ว่าช่วงแรกคุณต้องซื้อของเข้าบ้าน ส่วนตัวผมตอนนั้นเอามา 4,000 เหรียญ เพราะสามารถจ่ายนั่นจ่ายนี่ได้ตามสมควรทีเดียว 7. ถ้าคิดว่าจะซื้อรถขับ ก็ควรเตรียมทำใบขับขี่สากลไว้ได้เลย ไปที่หมอชิตนะครับ แล้วก็บอกว่าจะทำใบขับขี่สากล แต่ใช้ได้แค่สามเดือนแรกเท่านั้นนะครับ อย่าลืมซีร็อกซ์เก็บไว้ที่บ้านที่เมืองไทยชุดนึงกันหาย แต่ผมแนะนำตรงนี้เพิ่มนะครับว่า ถ้าบ้านกับมหาวิทยาลัยคุณมันไม่ได้ไกลกันมากจริงๆ และอยู่ไม่เกินสามปี ก็อย่าซื้อรถเลยครับไม่คุ้มเท่าไหร่ ออสเตรเลียเป็นประเทศ ที่มีการคมนาคมขนส่งดีที่สุดในโลกแห่งหนึ่งครับ และเป็นเมืองที่น่าอยู่ที่สุดในโลกติดอันดับต้นๆ ตลอด 8. รูปถ่าย เผื่อไว้สมัครนั่นสมัครนี่ เอกสารประกอบการศึกษา ให้ ขนเอาตำราภาษาไทยที่คิดว่า จะเกี่ยวกับวิชาที่คุณจะเรียนมาให้มากเท่าที่จะมากได้ ไม่อย่างนั้นจะเสียใจนะครับ แม้ว่าบางคนจะบอกว่าเอามาแล้วจะทำให้สับสนก็ตามที แต่จากประสบการณ์ ผมกล้ายืนยันว่ามันมีประโยชน์มาก พจนานุกรม สำหรับอังกฤษ-ไทย-อังกฤษผมแนะนำเว็บ http://dict.longdo.com ครับ ดีมาก แต่ถ้าจะเอาแบบอังกฤษอังกฤษให้มาซื้อที่นี่ อันที่ผมแนะนำคือ The Australian Modern Oxford Dictionary นอกจากนี้หนังสือ และตำราที่เกี่ยวข้องกับการวิจัย ก็ให้เตรียมมาเพราะว่าที่นี่มักจะสอนวิชา Research method หรือระเบียบวิธีวิจัยให้คุณ แต่คุณจะยังงงอยู่เพราะว่าจะยังไม่ค่อยคุ้นกับสำเนียงออสซี่ ของใช้เบ็ดเตล็ด นอกจาก ของที่แนะนำไปแล้วยังต้องเตรียมของพวกนี้ไว้สักนิดนึงเพราะช่วงแรกคุณจะยัง ไม่รู้ว่าไปหาซื้อของพวกนี้ที่ไหน ซึ่งที่จริงก็หาได้ตาม 7Eleven, Coles (24 Hours a day), Safeway, Target, Kmart ฯลฯ แต่เราจะเดินไม่ถูกไง แล้วกำลังขวัญเสียด้วย ไม่รู้จะเดินไปไหนยังไง ซึ่งตรงนี้ถ้าไปถึงออสเตรเลียแล้วก็บอกกับเพื่อนๆ ในออสซี่ทิปนะครับ ผมว่าเผลอๆ บางคนพาทัวร์ให้ได้เลย แต่อย่าลืมเอาของกำนัลมาจากเมืองไทยด้วยเน้อ :p เอาล่ะครับ ของที่ว่าคือ พวกสบู่ ยาสีฟัน ครีมนวดผม ครีมกันแดด (ที่นี่จำเป็นมากครับ แดดแรง) ครีมบำรุงผิว ผ้าอนามัย พวกเครื่องนอนที่นี่มาหาซื้อได้ครับไม่ต้องห่วง แต่เป้ ย่าม กระเป๋าเอกสาร เตรียมไว้เลยครับ ตำราอาหารเตรียมเป็นแม่ครัวพ่อครัวกันได้เต็มที่ นาฬิกาปลุกนี่ใครขี้เซาเตรียมมาสองตัว ร่มกันฝน กล้องถ่ายรูป และพวกรูปคนในครอบครัว หรือรูปแฟนสุดหล่อสุดสวยของคุณ จะได้ไม่เหงาเกินไป และถ้าจะให้ดีหนังสือสวดมนต์ และพระเครื่องติดมาช่วยได้เยอะเลยครับ สุขภาพ เมื่อ คุณผ่านขั้นตอน การตรวจโรคจากเมืองไทยมาแล้ว (ซึ่งมักจะต้องไปทำที่โรงพยาบาลกรุงเทพฯ ผมก็ไม่เข้าใจเหมือนกัน อาจจะเป็นเพราะ ทางสถานทูตเชื่อมั่นว่าโรงพยาบาลนี้ดีครับ) ทำอะไรให้เสร็จมาจากเมืองไทยเลยครับ ไม่ว่าจะฟัน ไม่ว่าจะสายตา แต่ถ้ามาถึงออสเตรเลียแล้วก็ไม่เป็นไร ก็มองๆ หาคลีนิคอะไรไว้นิดนึงนะครับ เวลาฉุกเฉินจะได้ไปถูก ร้านตัดว่งตัดแว่นที่นี่แพงมาก เตรียมแว่นมานะครับ และใครที่มีโรคประจำตัวให้เตรียมยามาให้ดี พร้อมทั้งใบรับรองแพทย์ เพื่อไว้ใช้แสดงต่อเจ้าหน้าที่ที่ด่านศุลกากร ในการนำยาเข้าประเทศ (ถ้าโดนถามว่าอะไรก็ต้องบอกเขาครับ แต่ตอนผมเตรียมมา ไม่ยักกะโดน) และพวกยาสามัญประจำบ้านเอามาก็ดีครับ และต้องมีใบกำกับยาเป็นภาษาอังกฤษมาด้วยนะครับ
Read more…
http://www.singtip.com/forum/topics/michael-jackson-dead เอามาฝากครับ เพื่อนๆ ที่สิงคโปร์เขาคุยกัน คิดว่าหลายคนคงเป็นแฟนของน้าแจ๊คโค่แก ผมเองไม่ทันยุค The Wall แต่ทัน Black or White ยุคนั้นสนุกจริงๆ เฮ้อ 18 ปีแล้วสินะ ไว้มาอัพเดทกันใหม่ครับ หลับให้สบาย King of pop
Read more…
ผ่านไปเจอะมิวสิควิดีโอเพลงแรกในชีวิตของพี่แทน (พาทีไทย) ดูแล้วอมยิ้มกับอดีตเก่าๆ ครับ น่ารักดีนะ ความเป็นมาของวงเอาท์ไซเดอร์ ปลายปี 2534 แทน ปัณฑุรอัมพร หนุ่มไทยจากประเทศออสเตรเลีย พร้อมด้วยเพื่อน ออสเตรเลียนอีก 3 คน คือ จอห์นนี่ สจ๊วร์ท (กีตาร์ลีด), กอร์ดอน เบลค (เบส และ โปรดิวเซอร์) และ คาร์ล มานูเอลล์ (กลอง) รวมกันเป็น เอาท์ไซเดอร์ ออกอัลบั้มเดียวกันกับชื่อวงในสังกัด อาร์.เอส.โปรโมชั่น งานเพลงชุด เอาท์ไซเดอร์ ไม่ประสบความสำเร็จทางด้านการตลาดมากนัก แต่ก็เป็นที่รู้จักในหมู่นักฟังเพลงกลุ่มหนึ่ง เพลง 'ทิ้ง' กับ 'รู้สึกดี ๆ' ของพวกเขา เป็นสองเพลง ฮิทซึ่งยังคงได้ยินได้ฟังกันอยู่เสมอ หลังจากชุดแรก พวกเขาทั้งสี่บินกลับไปออสเตรเลีย และเงียบหายไปเกือบ 3 ปี ก่อนจะบินกลับมีอีกครั้งในปี 2537 และออกงานอัลบั้มชุดที่สอง 'ใช่' กับค่ายเอ็มสแควร์ โดยการนำเสนอตัวงานคราวนี้เน้นไปที่การทำงานร่วมกัน ระหว่าง แทน กับ จอห์นนี่ จัสติน (โปรดิวเซอร์) โดยแทนรับหน้าที่แต่งทั้งคำร้องและทำนอง ปัจจุบัน แทน ประกอบธุรกิจส่วนตัวอยู่ใน เมลเบิร์น ออสเตรเลีย สมาชิก 1. แทน ปัณฑุรอัมพร (กีตาร์,ร้องนำ) 2. จอห์นนี่ สจ๊วร์ท (กีตาร์ลีด) 3. กอร์ดอน เบลค (เบส และ โปรดิวเซอร์) 4. คาร์ล มานูเอลล์ (กลอง) ผลงาน Outsider (พ.ศ. 2534) 1. ใครว่าอยู่เมืองนอกสบาย 2. ทิ้ง 3. รักในอากาศ 4. พรุ่งนี้ก็เช้าแล้ว 5. เก็บไว้คนเดียว 6. เหยียบเรือสองแคม 7. รู้สึกดีดี 8. ก็ให้มันรู้ไป 9. shed no tears 10. ฝันวันหนึ่ง ใช่
Read more…
สวัสดีครับเพื่อนๆ สมาชิก aussietip ทุกคน ระยะนี้มีเสียงบ่นกันเข้ามาเยอะว่าเอะอะผมก็ block สมาชิกแหลกเลย วันนึงๆ block เยอะมาก คำถามยอดฮิตที่มักจะเขียนเมลกลับมาหาผมคือ "ฉันผิดอะไรทำไมต้องลบ account กันด้วย?" อันนี้ตอบกลับไปหาทุกคนครับว่า เป็นเพราะคุณละเมิดข้อควรปฎิบัติใน aussietip ที่อยู่ด้านล่างครับ บ้านเมืองมีขื่อมีแป เว็บไซต์อย่าง aussietip.com ก็เช่นเดียวกัน เพื่อให้เกิดความสงบเรียบร้อยในทางเดียวกัน ขอให้ทุกคนที่จะเข้าใช้ aussietip.com กรุณาปฎิบัติตาม และรับทราบข้อตกลงนี้ร่วมกันด้วยครับ 1. aussietip.com เป็นชุมชนคนไทยในประเทศออสเตรเลีย แต่อย่างไรเราก็เป็นคนไทย ขอให้ทุกคนเคารพเรื่องสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์เช่นเดียวกับที่เมืองไทย 2. ใน aussietip.com เว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบข้อความที่ไม่สมควรทั้งหมดตามความเห็นชอบ ของ เว็บมาสเตอร์เอง ขอให้ทำใจหากโดนลบหรือกล่าวเตือน 3. ห้ามโพสต์ต่อว่าด่าทอ วิพากษ์วิจารณ์คนอื่นให้ได้รับความเสียหาย กรุณาสุภาพต่อทุกคนในเว็บ 4. กรุณาใช้ภาษาไทยให้ถูกต้องมากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ อนุโลมสำหรับคำที่เสริมความสนุก เช่น "5555", "นะตะเอง" 5. ห้าม 'เกรียน' ุ6. ขอความร่วมมือใครที่ต้องการโฆษณาอะไรก็ตามที่เป็นธุรกิจขึ้นมา ในความเข้าใจของสามัญชนทั่วไปได้ เช่น รับจ้างซ่อมคอมพิวเตอร์ รับจ้างแปลภาษา ทางเราจัดพื้นที่เอาไว้ให้โดยเฉพาะชื่อว่า aussietip classified ซึ่งมีสถานะเป็น Group แต่ห้ามนำข้อความโฆษณานั้นมาอยู่ในเว็บบอร์ดบริเวณห้องโถงโดยเด็ดขาด ถ้าหากทีมงานพบจะลบก่อน ถ้าเตือนไม่ฟังจะแบนออกจากระบบทันที 7. ถ้ามีปัญหาอะไรให้กลับไปอ่านข้อ 2 ส่วนใหญ่ 99% ที่เขียนเมลมา (ทั้งสุภาพ ด่าทอ ข่มขู่) จะไม่ได้อ่านระเบียบดังกล่าว และมักจะผิดในเรื่อง "" ซึ่งผมชัดเจนตรงนี้ว่าเนื่องจากผมดูเว็บอยู่คนเดียวการควบคุมดูแลตรงนี้อาจจะไม่ทันใจก็ขออภัยด้วย แต่ผมต้องทำให้ทุกอย่างง่ายกับการทำงานของผม นี่คือระเบียบที่ทุกคนจะต้องเข้าใจและปฎิบัติตาม อย่างไรก็ตาม ถ้าหากว่าคุณรู้สึกว่าการที่ผม block คุณนั้นมันไม่เมคเซนส์เอาซะเลย คุณก็เมลมาหาผมได้นะครับ โดยคลิกที่รูปโปรไฟล์ผม แล้วแจ้งเหตุผลมาว่าทำไมจึงควรพิจารณา unblock ขอบคุณครับ
Read more…
ทำเว็บไป มีสปอนเซอร์เข้ามาก็ทำให้เว็บอยู่ได้โดยที่คนทำเว็บไม่ต้องเจ็บตัวหนักนักครับ ที่ผ่านมาก็มี iThailand Express อยากส่งของกลับไทยก็คุยกับเขานะครับ ส่วนใครอยากเรียนต่อออสเตรเลีย ไม่รู้จะเริ่ีมยังไงถามทีมงานของ CP ได้นะครับ และวันนี้เรามีสปอนเซอร์รายใหม่นั่นก็คือทางร้าน "Something Aussie" ครับ ร้าน Something Aussie เป็นร้านของคุณขวัญตั้งมา 20 ปีแล้ว เก่าแก่มากครับ หุหุ ขายของหลายอย่างครับ พวกของที่ระลึก ครีมรกแกะ ที่คนไทยชอบซื้อกลับไปฝากสาวๆ ที่เมืองไทย ก็หาได้ที่ร้านนี้นะครับ ร้านนี้แว่วๆ มาว่าถ้าสมัครเข้าไปในกลุ่มของเค้าจะมีส่วนลดให้นะครับ บอกว่ามาจาก Aussietip อาจลดมากขึ้น (โม้ล่ะเรา) http://www.aussietip.com/profile/SomethingAussie อารมณ์ว่าที่ซิดนีย์มีร้านเชอรี่ ที่เมลเบิร์นมีร้าน Something Aussie นั่นแหละ
Read more…
พอดีได้ฟีดแบคมาว่าระบบ Chat ของเราทำให้บราวเซอร์ของบางคนแฮงก์เวลาเข้าออสซี่ทิป เลยต้องขอปิดระบบ Chat ไปก่อนชั่วคราวนะครับ ขออภัยในความไม่สะดวกครับ เพื่อประโยชน์ส่วนรวมครับ
Read more…

วันนี้ว่างๆ เปิดอ่านอีเมลจากเพื่อนๆ สมาชิกและลูกค้าหลายๆ คน ก็เลยแว๊บไปอ่านอีเมลเก่าๆ ตั้งแต่ปี 2001 ยุคนั้นเว็บยังเป็นอะไรที่ static มากๆ ครับ ผมโทรไปหาทีมงานเว็บโปรแกรมเมอร์และเว็บดีไซน์เนอร์ที่เมืองไทย พร้อมกับแจ้งคอนเซ็ปต์ให้เขารู้ ตอนแรกกะว่าจะทำเป็น e-magazine ครับ จะอัพเดททั้งหมด 18 ครั้ง พอผมเรียนจบผมจะเลิกทำ (ตอนนั้นคิดอย่างนี้จริงๆ) ฟอร์มทีมกันขึ้นมากับเพื่อนสามคน แต่ตอนหลังเพื่อนถอนตัวกันหมด ผมซื้อหุ้นคืนทั้งหมดแล้วปรับ aussietip ใหม่ เป็นเว็บแนวที่ให้ความรู้ครับ มีเมนูให้เลือกหลากหลาย มีคอลัมนิสต์คนออสซี่และคนไทยมาเขียน ตอนนั้นสนุกกันมากๆ มีีรายได้จากสปอนเซอร์เข้ามาไม่เคยขาด ทำให้เว็บอยู่ได้ ทำไปทำมาถึงเดี๋ยวนี้ บังเอิ๊ญ ไปเจอไฟล์เก่าตัวนี้ เลยเอามาให้ดูเล่นๆ ครับ :) นึกถึงสมัยนั้นเหมือนกัน ผมนั่งเขียนนิยายลงเว็บบอร์ดด้วยนะจะบอกให้
Read more…
เพิ่งกลับเข้ามาดูยอดสมาชิก aussietip.com ตอนนี้เรามีเพื่อนๆ รอบออสเตรเลียมารวมกันที่ออสซี่ทิปกว่า 4,000 คนแล้วนะครับ ถึงแม้ว่าจำนวนสมาชิกจะไม่ได้มีนัยยะสำคัญมากไปกว่าคุณภาพของ community ที่เพื่อนๆ ในออสซี่ทิปช่วยกันสร้างขึ้นมา ทุกวันนี้ผมว่ามีหลายกลุ่มนะครับที่ใช้ออสซี่ทิปได้คุ้มค่ามากๆ อย่างกลุ่ม AFC, Love Cooking, Classified บางกลุ่มถึงคนจะยังไม่เยอะมาก อย่าง Sydney เพราะเพื่อนๆ หลายคนอาจจะมองว่าที่นี่คนเมลเบิร์นเยอะกว่า แต่ผมก็ยังยืนยันนะครับว่าผมอยากจะครอบคลุมไปให้ทั่วออสเตรเลีย ดังนั้นถ้าหากใครไม่ได้อยู่ในเมลเบิร์นก็ไม่ต้องห่วงครับ สร้างกลุ่มของตัวเองให้ปึ้กได้เลย ไม่ว่ารัฐไหนก็อยู่กับเราที่นี่ได้ครับ ขอบคุณที่ไว้ใจกันมาตลอดครับ เราอยู่ที่นี่มาหลายปี และเราจะยังอยู่ต่อไป
Read more…